نجمي's profileاحسب الناس ان يتركوا ان ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
July 21 ท่านหญิงคอดีญะฮฺ บินติ คุวัยลิดบรรดาหญิงผู้มีเกียรติที่มีชีวิตอยู่ในสมัยเดียวกับท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) พวกเธอคือความบริสุทธิ์ คงไว้ซึ่งความดีงามของอิสลาม และยังได้รับเกียรติอย่างมากมายในสมัยที่ท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) มีชีวิตอยู่ พร้อมทั้งการพยากรณ์ว่าพวกเธอจะได้พำนักอยู่ในสวรรค์อันเป็นนิรันดร์
ความสำเร็จและอิทธิพลของพวกเธอ สามารถพบได้ในแทบทุกช่วงเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์โลก ยามที่มนุษยชาติจะแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล พวกเธอมีบทบาททั้งทางด้านศาสนาและการเมือง ที่เป็นทั้งผู้กล้าหาญในยามศึกสงคราม หรือเป็นผู้เผยแพร่คำสอนของศาสนาอิสลามในยามสงบ หญิงผู้มีเกียรติเหล่านี้ถูกพบในสนามรบซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการญิฮาด พวกเธอมีบทบาทในการเมืองการปกครอง ด้านการศึกษา ด้านศาลสถิตย์ยุติธรรม โดยหลักนิติศาสตร์อิสลาม ด้านการตีความชารีอะฮฺ การค้าขายและพาณิชย์ ด้านการเกษตรกรรม ด้านการแพทย์และการพยาบาล สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงสติปัญญาและบุคลิกที่โอบอ้อมอารีของ " พวกเธอ ... บรรดาเศาะหาบียะฮฺ " ได้เป็นอย่างดี
และบันทึกหน้าแรกจากประวัติสาสตร์การเผยแพร่อิสลามของท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) บรรดาสตรีผู้ศรัทธายังคงประทับใจในบทบาทของ "มารดาแห่งศรัทธาชนคนแรก" ผู้เป็นแบบอย่างของสตรีผู้เชื่อฟังต่อสามี เป็นสตรีคนแรกที่ยืนยันต่อการเป็นผู้ประกาศสาส์นของท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) และได้เสียสละอุทิศตนอย่างที่สุดเพื่อช่วยเหลือท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) ในการเผยแพร่อิสลาม ทุกครั้งที่ประชาชาติอิสลามได้ย้อนรำลึกถึงการมาปรากฏตัวครั้งแรกของอิสลามบนดินแดนอาหรับมักกะฮฺ ในความทรงจำเหล่านั้นก็จะฉายภาพของนางให้เด่นชัดขึ้นมาเสมอ เปรียบประดุจคือ 'ลมหายใจของอิสลาม' ที่พัดกระจายไปทั่วทุกพื้นแผ่นดิน
และนางก็คือ " ท่านหญิงคอดีญะฮฺ บินติ คุวัยลิด "
หญิงม่ายชาวอาหรับเผ่ากุเรชผู้มีมารยาทที่งดงามและมีคุณธรรมอันสูงส่ง จนถูกเรียกว่า "ฏอฮิเราะฮฺ" อันหมายถึงผู้ที่สะอาดและบริสุทธิ์ ท่านหญิงคอดีญะฮฺเป็นผู้ที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงคัดเลือกมาจากบรรดาสตรีชาวอาหรับมากมาย เพื่อเป็น "ภรรยาคนแรกของผู้นำแห่งประชาชาติอิสลาม" และทำหน้าปลูกเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งอิสลามให้เจริญเติบโตขึ้นมาอย่างงดงามและสูงส่ง
ท่านหญิงคอดีญะฮฺคือผู้มีส่วนร่วมรับรู้ในเหตุการณ์ประทานวะหยู (วะฮีย์) ครั้งแรก นางเป็นสตรีคนแรกในหน้าประวัติศาสตร์การเผยแพร่อิสลามของท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) นางได้รับการแนะนำให้ประชาชาติอิสลามได้รู้จักในฐานะภรรยาคนแรกของผู้ประกาศสาส์นจากพระผู้ทรงสร้าง และนางเป็นผู้มีส่วนร่วมรับรู้และปลอบโยนให้กำลังใจแก่ท่านนบี เพื่อให้หายจากความรู้สึกตื่นตระหนกหวาดกลัวจากเหตุการณ์ที่ท่านได้รับประทานวะหยู (การประทานอัลกุรอ่าน) ครั้งแรกจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ท่านหญิงอาอิชะฮฺ (อุมมุมุอฺมินีน-มารดาแห่งศรัทธาชน) ได้เล่าถึงเหตุการณ์ประทานวะหยูครั้งแรกในการบันทึกหะดีษของอิหม่ามบุคอรีย์ว่า
" วะหยูครั้งแรกที่มีมาที่ท่านร่อซูล (ซ.ล.) คือ การฝันดีในขณะนอนหลับ เพราะฉะนั้นท่านจะไม่เห็นในฝันเลย เว้นแต่ท่านเห็นเหมือนแสงเงินในตอนเช้า" และท่านหญิงอาอีชะฮฺได้เล่าต่อไปว่า ท่านนบีชอบอยู่ตามลำพังที่ถ้ำฮิรออฺ ที่นั่นท่านได้ทำการภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่หลายคืน แล้วก็กลับมาที่ท่านหญิงคอดีญะฮฺเพื่อเตรียมเสบียงกลับไปใหม่ จนกระทั่งสัจธรรมได้ปรากฏแก่ท่านขณะที่ท่านอยู่ที่ถ้ำฮิรออฺ มะลาอิกะฮฺญิบรีลได้มาหาท่านและพูดว่า "จงอ่านด้วยพระนามของพระผู้เป็นเจ้าของท่าน พระผู้ทรงสร้าง พระองค์ได้สร้างมนุษย์จากก้อนเลือด จงอ่านเถิด แลพระผู้เป็นเจ้าของเจ้าทรงเอื้อเฟื้อยิ่ง " (การประทานอัลกุรอ่านครั้งแรก ซูเราะฮฺอัล-อะลัก อายะฮฺที่ 1-3)
ท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้กลับไปหาท่านหญิงคอดีญะฮฺด้วยความตระหนกตกใจ พลางพูดว่า "คลุมผ้าให้ฉันที คลุมผ้าให้ฉันที" และเมื่อท่านหานจากความตื่นตระหนกแล้ว ท่านก็ได้เล่าเรื่องดังกล่าวให้ท่านหญิงคอดีญะฮิฟังแล้วกล่าวว่า "ฉันกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวฉัน" ท่านหญิงจึงปลอบใจและให้กำลังใจว่า "จงอย่าได้กลัว ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) พระองค์จะไม่ทรงทำให้ท่านตกต่ำเป็นอันขาด เพราะท่านเป็นผู้ที่เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติ ท่านรับภาระคนยากจน ท่านแสวงหาให้กับคนอนาถา ท่านให้เกียรติแก่ผู้มาเยือน และท่านช่วยคนที่ตกทุกข์ได้ยาก" การเล่าได้ดำเนินไปถึงท่านหญิงคอดีญะฮฺได้นำท่านนบีไปพบกับวะเราะเกาะฮฺ อิบนุ เนาฟัล ผู้ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางและนับถือศาสนาคริสต์ในสมัยญาฮิลียะฮฺ เขาเคยเรียนคัมภีร์ไบเบิ้ลเป็นภาษาฮิบรูตามที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ประสงค์ให้เขาเขียน เขาเป็นคนชราภาพมากและตาบอด
เมื่อท่านนบีได้เล่าเหตุการณ์ที่ได้พบให้เขาฟัง เขาก็กล่าวว่า "ขอสาบานกับผู้ที่ชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ เจ้าเป็นนบีแห่งประชาชาตินี้อย่างแน่นอน มาลาอิกะฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ซึ่งเคยมาหามูซาแล้วก่อนหน้านี้ แน่นอนเจ้าจะถูกใส่ร้ายจะถูกขับไล่จะถูกฆ่า หากฉันอยู่ทันถึงวันนั้น เจ้าขอให้อัลลอฮฺช่วยเหลือเจ้า พระองค์ทรงรอบรู้ดียิ่ง"
สตรีคนแรกที่เข้ารับอิสลาม
หลังจากนั้นต่อมาวะหยูก็ได้ทยอยลงมาเป็นจำนวนมากและต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมอาหรับที่เสื่อมทรามและตกต่ำมาสู่แสงสว่างแห่งทางนำ เมื่อท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้รับคำสั่งจากอัลลอฮฺให้ลุกขึ้นยืนประกาศความสูงส่งของอิสลามบนหน้าแผ่นดินอาหรับมักกะฮฺครั้งแรก สตรีคนแรกที่อัลลอฮฺทรงคัดเลือกให้นางเป็นผู้ที่ยอมจำนนต่อพระองค์ เป็นผู้ที่ได้รับรัศมีแห่งอิสลามก็คือ ท่านหญิงคอดีญะฮฺนั่นเอง นางเป็นผู้ที่เชื่อและศรัทธาต่อทุกสิ่งที่ท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) นำมาท่ามกลางผู้คนทั้งหลายที่ตั้งตนเป็นศัตรูและขับไล่
ในขณะที่ท่านนบีต้องพบกับการปฏิเสธและต่อต้านอย่างรุนแรง ถูกประณามด้วยถ้อยคำที่สร้างความเจ็บปวด ถูกทำร้าย และถูกลอบปลิดชีวิต ท่านหญิงคอดีญะฮฺคือผู้ช่วยเหลือที่ภักดี ผู้คอยปลอบโยนให้กำลังใจ ไม่เคยทอดทิ้งท่านนบีเลยทั้งๆที่นางเป็นกุลสตรีชาวกุเรชที่มีเกียรติ มีฐานะที่ร่ำรวยและมีความพร้อมทางด้านทรัพย์สมบัติและข้าทาสบริวาร นางสามารถจะปลีกตัวไปหาความสุขตามลำพังได้ โดยไม่ต้องแบกภาระที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากเช่นนี้ แต่นางก็เลือกที่จะมีความสุขกับการสละทรัพย์สินทั้งหมดไปในหนทางของอิสลาม ทั้งหมดนั้น มิใช่ด้วยเหตุผลอื่นใดเลย นอกจากความศรัทธาต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) และท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) ที่มีเต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจ และสิ่งนี้เอง คือพลังสำคัญที่ทำให้สตรีวัยสูงอายุคนหนึ่งได้เริ่มต้นทำงานรับใช้อิสลามเมื่อวัย 55 ปี และใช้เวลาตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ 10 ปี ในการอุทิศตนเพื่ออิสลามอย่างเข็มแข็งและเด็ดเดี่ยว ประดุจดังนางมีความเเข็งแกร่งเช่นคนวัยหนุ่มสาว
ท่านหญิงคอดีญะฮฺได้ใช้ชีวิตที่ทรงคุณค่ากับท่านนบีเป็นเวลา 25 ปี โดยนางได้เป็นหุ้นส่วนชีวิตและเป็นผู้ช่วยเหลือที่ดีที่สุดทั้งในการดูแลเอาใจใส่ต่อครอบครัวและกิจการต่างๆอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเผยแพร่อิสลามระยะแรกของท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) ณ ดินแดนมักกะฮฺ
และนอกจากนี้ นางได้ให้กำเนิดบุตรกับท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) ทั้งหมด 6 คน คือ กอซิม และอับดุลเลาะฮฺ (ซึ่งมีฉายาว่า ฏอยยิบและฏอฮิร) โดยบุตรชายทั้ง 2 คนนี้ได้เสียชีวิตขณะเป็นทารกก่อนที่ท่านนบีจะได้รับวะหยูจากอัลลอฮฺ ส่วนบุตรสาวทั้ง 4 คน คือ ซัยหนับ รุกอยยะฮฺ อุมมุกัลซูม และฟาติมะฮฺ ได้มีชีวิตอยู่ในขณะที่ท่านนบีปฏิบัติภารกิจเผยแพร่อิสลาม และทั้งหมดก็ได้เข้ารับอิสลาม
ท่านหญิงคอดีญะฮฺได้เสียชีวิตในเดือนรอมฏอน ซึ่งเป็นปีที่ 10 ของการเผยแพร่อิสลาม ขณะที่มีอายุ 65 ปี การจากไปของนางทำให้ท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล) และบรรดาผู้ศรัทธาต่อท่านในขณะนั้นต่อโศกสลด เพราะขาดผู้ช่วยเหลือปลอบประโลม ให้กำลังใจที่ใกล้ชิดต่อท่านนบีมากที่สุด ท่านนบีได้วางนางลงในหลุมศพด้วยมือของท่านเอง และท่านก็ยังคงเก็บนางไว้ในความทรงจำตลอดชีวิตของท่าน จนเป็นที่รับรู้กันในบรรดาภรรยาของท่านหลังจากนั้น
ความประเสริฐของท่านหญิงคอดีญะฮฺ
คุณธรรมอันสูงส่งและความประเสริฐของนาง มารดาแห่งศรัทธาชนคนแรกนั้นได้ถูกบันทึกไว้ในรายงานหะดีษต่างๆอย่างกว้างขวาง โดยส่วนหนึ่งจากการบันทึกหะดีษที่มีรายงานเกี่ยวกับความประเสริฐของนางคือ ท่านหญิงอาอิชะฮฺได้กล่าวว่า "ฉันไม่เคยหึงหวงภรรยาคนใดของท่านนบีมุฮัมหมัด นอกจากคอดีญะฮฺ ทั้งๆที่เธอก็ได้เสียชีวิตไปก่อนที่ท่านนบีจะได้แต่งงานกับฉัน ก็เพราะฉันได้ยินท่านนบีกล่าวถึงเธอเสมอๆ อีกทั้งอัลลอฮฺทรงใช้ให้ท่านนบีแจ้งข่าวดีกับเธอเกี่ยวกับบ้านหลังหนึ่งที่ทำจากไข่มุก(ในสวรรค์) และเมื่อใดที่ท่านร่อซูลเชือดแพะ ท่านจะมอบเนื้อส่วนดีแก่เพื่อนๆของคอดีญะฮฺ" (บันทึกโดยบุคอรีย์)
ท่านอาลีได้กล่าวว่า "ฉันได้ยินท่านร่อซูลกล่วว่า ผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลกนี้ คือ มัรยัม บุตรสาวอิมรอน (ในยุคของนาง) และ ผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลกนี้ คือ คอดีญะฮฺ บินติ คุวัยลิด (ในยุคของประชาชาตินี้)" (บันทึกโดยบุคอรีย์,มุสลิมและติรมิซีย์)
หะดีษรายงานโยบุคอรีย์ ท่านร่อซูลได้บอกว่า ท่านหญิงเป็นหญิงที่ประเสริฐที่สุดในบรรดาประชาชาติของท่าน ท่านอาลี อิบนุ อบีฏอลิบได้กล่าวว่า "สตรีที่ประเสริฐที่สุดของเขานั้นคือ ท่านหญิงมัรยัม สตรีที่ประเสริฐที่สุดของเขานั้นคือ ท่านหญิงคอดีญะฮฺ"
แม้ท่านหญิงคอดีญะฮฺจะจากไปโดยไม่ทันได้เห็นความสมบูรณ์ของอิสลาม แต่นางก็ได้ทิ้งมรดกในความสมบูรณ์ของอิสลามให้ตกทอดมาสู่บรรดาผู้ศรัทธา และชีวิตของนางคือแบบอย่างที่ดีที่สุดของสตรีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบุรุษในการเรียกร้องเชิญชวนผู้คนทั้งหลายมาสู่อัลลอฮฺ ซึ่งเรื่องราวของนางไม่เคยลืม......
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://bintiabee.spaces.live.com/blog/cns!296C174F7D5ABC8!574.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|